เหนื่อยไหม……หัวใจ

เหนื่อยไหมที่ต้องอดทนอะไรคนเดียว
เหนื่อยไหมที่ต้องสู้กับบางสิ่งบางอย่างคนเดียว
เหนื่อยไหมที่ต้องฝ่าฟันผจญอุปสรรคคนเดียว
เหนื่อยไหมที่ต้องฝืนยิ้มทั้งที่ข้างในมันอยากจะร้องไห้ออกมา

ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความเหนื่อยที่ต้องอดทนเผชิญหลายสิ่งหลายอย่างคนเดียว เหนื่อยที่ต้องอดทนกับคนหลายๆคนเหนื่อยที่ต้องสู้กับโลกอันโหดร้าย เหนื่อยที่ต้องโดนคนหลายๆคนที่ไม่เห็นค่าคอยดูถูก เหนื่อยที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่หลายๆอย่างเพียงคนเดียว แต่ความเหนื่อยพวกนี้ มันก็แค่เหนื่อยแต่สิ่งที่มันทำให้คนเราหนักใจที่สุด ในเรื่องของความรัก
หนื่อยไหมที่ต้องวิ่งตามคนๆนึงทั้งที่เขาไม่เคยสนใจในตัวเราเลย……เหนื่อยไหมหัวใจ

เหนื่อยไหมที่เป็นได้แค่ตัวตลกในเรื่องของความรัก 
เหนื่อยไหมที่มอบความรักให้ใครไปเต็มร้อยแต่ถูกมองข้าม

เหนื่อยไหมที่พยายามดิ้นรนให้คนๆนึงกลับมาสนใจในตัวเรา

         ลองเปลี่ยนจากวิ่งตามความรักเป็นค่อยๆมองหาคนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกันดูสิ……แล้วเราจะเลิกถามหัวใจตัวเองว่า……….เหนื่อยไหมหัวใจ

เคยนับ 1-100 ไหม

เคยไหมที่ต้องนับ 1-100
เคยไหมที่ความอดทนถึงขีดสุดแต่ก็ต้องตั้งสติใหม่
เคยไหมที่คนคนนึงให้ความหวังแต่มันแค่ลมปาก
เคยไหมที่เจอกับเรื่องราวแย่ๆแล้วต้องบอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถามว่าเคยไหมนั่นแหละคือสิ่งที่ทุกคนเคย. แต่การนับ 1-100 ในที่นี้คือการตั้งสติที่ไม่ยอมตกเป็นทาสของความโกรธ การนับ 1-100 แล้วกลั้นน้ำตากับเหตุการณ์ที่เจ็บปวดบางอย่าง เพื่อไม่ให้ใครเห็นน้ำใสๆจากดวงตาของเรา คือการที่ไม่อยากให้ใครรับรู้ความรู้สึกของเราในตอนนั้น ต่อให้มันทนไม่ได้ก็ตาม แต่การนับ 1-100 ในแต่ละเหตุการณ์ มันคล้ายๆเป็นการต่อยอดของความอดทนและก็ความเข้มแข็งไปอีกระดับ จากที่เคยตั้งสติไม่อยู่กับคำพูดของคนที่เรารัก แต่ตอนนี้เราทำลายความโกรธบางส่วนลง เดื้อตั้งสติ และทำให้ใจเราเย็นลงมากขึ้น แต่กับการผิดหวังในบางเรื่อง อาจจะนับไม่ถึง 100 แต่เราก็ต้องพยายามกับมันให้เย็นลงมากที่สุด และสิ่งนี้แหละจะส่งผลระยะยาวให้เรามีความอดทนและใช้สติมากขึ้น

แม้แต่เรื่องความรักกับคนสองคนก็ต้องการที่จะนับ 1-100 เพราะถ้าต่างคนต่างร้อนเข้าหากันมันจะถึงจุดจบของเส้นทางชีวิตไวกว่าที่คาดหวังไว้ได้